ในบรรดากระถางที่ว่ามานี้ กระถางที่เป็นดินเผา ดูจะเหมาะสมที่สุด ทั้งในแง่ของการใช้ปลูกเลี้ยง และในแง่ของรูปทรงและความสวยงาม ลักษณะของกระถางภายในจะมีลักษณะเป็นดินเผาที่มีความพรุน มีการระบายอากาศดี ทำให้รากไม้ไม่ร้อนและมีอากาศหายใจเพียงพอ ดูดซับความชื้นและระบายน้ำดี ทำให้ดินและเครื่องปลูกโปร่ง ไม่แฉะจนเกินไป
การเลือกใช้กระถาง
การเลือกใช้กระถางให้เหมาะสมกับต้นไม้ เป็นเรื่องที่อธิบายบอกกล่าวกันยาก พอๆกับการเลือกตอไม้มาเลี้ยงนั่นแหละ ถ้าจะกล่าวอย่างกว้างๆ ข้อพิจารณาประกอบการเลือกกระถางจะประกอบด้วย รูปร่าง สี และขนาด ซึ่งจะต้องได้รูปและมีสัดส่วนที่พอเหมาะและมีความกลมกลืนกับบอนไซที่จะปลูกลงไป
ตัวอย่างเช่นไม้ทรงพุ่มที่มีกิ่งก้านแผ่ออกรอบตัว เช่นทรง Octopus และ Broom ก็ควรใช้ประถางทรงกลมหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมที่มีด้านเกือบเท่ากัน เป็นต้น ถ้าเป็นไม้ประเภท Upright หรือประเภทที่มีกิ่งยื่นออกมาทางด้านข้างเป็นส่วนใหญ่ ก็ใช้กระถางเหลี่ยมหรือรูปใข่ ไม้ที่ปลูกเป็นกอก็มักใช้กระถางสี่เหลี่ยมหรือรูปใข่เหมือนกัน แต่จะตื้นมากจนดูเหมือนถาดมากกว่ากระถาง ไม้เกาะหินก็เช่นกัน นิยมใช้กระถางตื้นเพื่อโชว์หินและราก กล่าวโดยสรุป หลักการเลือกกระถางมีดังนี้
รูปร่างของกระถาง
รูปร่างของกระถางเป็นสิ่งสำคัญเบื้องแรก ซึ่งต้องเลือกให้เหมาะสมกลมกลืนกับทรงของต้นไม้ที่
เราจะปลูกลงไป ดังที่ได้ยกตัวอย่างไว้ข้างต้น แต่ที่เห็นใช้กันแบบครอบจักรวาลเลยก็มักเป็นพวก กระถางทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เพราะจะเข้ากันได้ดีกับไม้ตั้งแต่ทรงต้น คือพวก upright ไปจนถึงไม้กลุ่ม รวมถึงพวกไม้เอนชาย ส่วนไม้ตกกระถางจะใช้กระถางทรงสูง อาจเป็นกลมหรือเหลี่ยมก็ได้ ถ้าเป็นกระถางที่ทรงสูงมากๆ ก็อาจตั้งกับพื้นได้ แต่ถ้าเป็นไม้ที่ทอดยอดตกเลยลงไปมากกว่าความสูงของกระถาง ก็ต้องตั้งบนโต๊ะ ซึ่งสว่นมากมักจะเป็นโต๊ะทรงสูง สวยงาม เพื่อให้สอดคล้องกลมกลืนกับรูปทรงอันวิจิตร(และราคา)ของกระถาง
วัสดุที่ใช้ทำกระถาง
การที่จะเลือกใช้กระถางที่ทำด้วยวัสดุประเภทใดนั้น ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับลักษณะเด่นของ
ต้นไม้นั้นๆ ไม้ที่มีผิวพรรณละเอียดหรือค่อนข้างละเอียด ทรวดทรงอ่อนช้อย และมีขนาดไม่โตนัก เช่นโมก ข่อยต้นเล็กๆ
ชาฮกเกี้ยน มะสัง มะนาวเทศ หรือตะโกหนูซึ่งเป็นไม้ราคาสูง หายาก มักใช้กระถางเคลือบและกระถางลายคราม ส่วนไม้เปลือกหยาบประเภทตะโก ข่อย หมากเล็กหมาหน้อย พุดป่า ไทร ไกร มะขาม และไม้ใหญ่อื่นๆ มักใช้กระถางดินเผา โดยเลือกกระถางให้มีขนาดและรูปทรงเหมาะกับไม้แต่ละต้น เพราะกระถางดินเผามีเนื่อค่อนข้างหยาบ จึงดูกลมกลืนกับไม้ที่ปลูก ทำให้เป็นธรรมชาติดูสมจริงยิ่งขึ้น แต่ไม้เปลือกหยาบบางต้นที่สวยงามจริงๆ และมีความโดดเด่นเป็นที่รักที่หวงของเจ้าของ ก็มีสิทธิได้อยู่ในกระถางลายครามราคาแพงได้เหมือนกัน
สีของกระถาง
กระถางบอนไซมีทั้งที่เป็นสีพื้นเรียบๆ และที่มีลวดลาย และลวดลายก็มีทั้งที่เป็นสีสันต่างๆ และที่เป็นสีเดียว ดังเช่นกระถางลายครามและกระถางที่เลียนแบบลายคราม ไม้ที่มีขนาดเล็กน่ารัก เช่นชาฮกเกี้ยน มะสัง และมะนาวเทศต้นเล็กๆ อายุ 2-3 ปี มักจะใช้กระถางเคลือบสีเดียวหรือที่เขียนลวดลายดอกไม้ ลายนก ที่มีสีสันสวยงาม แต่ถ้าขนาดใหญ่ขึ้นมา รูปทรงสวยงามเหมือนไม้ใหญ่ตามธรรมชาติ กระถางก็จะเปลี่ยนไปเป็นสีเดียวและมักเป็นสีทึมๆ เช่นน้ำตาล แดงคล้ำ น้ำเงินดำ หรือเป็นกระถางลายครามราคาแพงไปเลย ซึ่งก็เป็นไปตามฐาณานุรูปของทั้งต้นไม้และทั้งเจ้าของ ไม้แพงก็มักจะอยู่ในกระถางราคาสูง
ขนาดของกระถาง
เมื่อตกลงใจเรื่องรูปร่างและสี ตลอดจนประเภทของวัสดุที่ใช้ทำกระถางแล้ว ขั้นสุดท้ายก็คือเลือกขนาดกระถาง สำหรับไม้ประเภททรงต้นก็พอจะมีหลักในการพิจารณาง่ายๆคือ ความกว้างของกระถาง ควรเป็นประมาณ 2 ใน 3 ของความสูงของต้นหรือ 2 ใน 3 ของระยะแผ่ของกิ่งที่อยู่ล่างสุดของต้นหรือกิ่งหนึ่ง ตัวอย่างเช่น ถ้าต้นไม้สูง 15 นิ้ว ความกว้างของกระถางควรเป็นประมาณ 10 นิ้ว หรือถ้ากิ่งล่างสุดแผ่ยื่นออกไป 18 นิ้ว กระถางก็ควรมีความกว้าง 12 นิ้ว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า ผู้เลือกจะเอาสิ่งไหนเป็นหลัก ซึ่งก็ต้องดูรูปทรงของต้นประกอบไปด้วย ถ้าเป็นไม้ทรงสูง โปร่ง กิ่งก้านยื่นออกไปไม่ยาวนักก็ควรใช้ความสูงของต้นเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นไม้ทรงเตี้ย มีการแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปกว้างขวาง เช่นไทร ก็ควรใช้ความยาวของกิ่งล่างเป็นหลัก (ที่ใช้กิ่งล่างก็เพราะโดยปกติกิ่งนี้จะต้องเป็นกิ่งที่ยาวที่สุดของต้น)
การวางตำแหน่งต้นไม้ในกระถาง
ไม้แคระที่วางตำแหน่งการปลูกได้เหมาะสม จะช่วยเน้นรูปทรงของต้นทำให้ไม้นั้นดูเด่นยิ่งขึ้น ในการวางตำแหน่งของต้นนั้น สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดก็คือปลูกไม้ที่จุดกึ่งกลางกระถาง ยกเว้นกระถางรูปกลม สี่เหลี่ยนจัตุรัส หรือหกเหลี่ยม และไม้ที่ปลูกเป็นไม้ที่มีทรงค่อนข้างเตี้ย และแผ่กิ่งออกโดยรอบเช่นทรง ทาโกะซูกูริ (octopus) หรือ ชอกคัง (formal upright) เป็นต้น สำหรับไม้ที่มีกิ่งยื่นออกมาไม่สมดุลย์กันนั้น ตำแหน่งการวางต้นควรอยู่ในแนวกึ่งกลางของด้านกว้างของกระถาง แต่ให้ค่อนไปด้านใดด้านหนึ่งของด้านยาวของกระถาง โดยให้ดูกิ่งล่างเป็นหลัก ถ้ากิ่งล่างหรือกิ่งที่ยาวที่สุดอยู่ทางด้านซ้ายของต้น ก็ต้องวางตำแหน่งปลูกให้ค่อนไปทางขวาของด้านยาวของกระถาง โดยให้แนวปลายกิ่งที่ยาวที่สุดหรือกิ่งหนึ่งและกิ่งด้านตรงข้ามหรือกิ่งสอง ทอดเลยขอบกระถางออกไปเล็กน้อยประมาณเท่าๆ กัน ถ้าเป็นไม้ทรงลู่ลม (ฟูกินางาชิ) ก็ควรปลูกให้ค่อนมาทางด้านตรงข้ามกับทิศทางการลู่ลม โดยให้กิ่งก้านที่อ่อนพริ้วดูเหมือนลู่ลมนั้นอยู่ในบริเวณพื้นที่ของกระถาง ปลายกิ่งที่ยื่ยออกไปไกลที่สุดยื่นล้ำออกนอกกระถางไปเล็กน้อย โดยพยายามจัดให้มองดูแล้วการถ่วงน้ำหนักระหว่างต้นไม้กับกระถางอยู่ในสภาพสมดุลย์
อย่างไรก็ตาม ที่กล่าวมานั้นเป็นเพียงแนวทางเท่านั้น เพราะการเลี้ยงบอนไซให้สวยงามไม่ได้มีกฏเกณฑ์ตายตัวที่จะต้องปฏิบัติตาม ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับความลึกซึ้งของอารมณ์ผู้เลี้ยงที่มีต่อธรรมชาติ และศิลปของการตกแต่งกิ่งก้านให้เลียนแบบธรรมชาติได้คล้ายคลึงที่สุดเท่านั้น